Is it a kind of dream Floating down on the river Following the river of death down the stream Oh is it a dream

HOME
AЯCHIVE
BIOGЯAPHY
DISCOGЯAPHY
BOOKS
LYЯICS
ЯEFEЯENCES

PICTUЯES

ET CETEЯA
FOЯUM
ME
MY GIGS
THANKS
WHILE THEY WERE SLEEPING

Winterlovers

Na na na na na na na na na

Winter lovers, Winter trees
The beauty of, dead industry
The stuff we have saved, so fataly
Comes crashing down, around me

Winter lovers, Winter trees
Winter longing, falling free
Shielding what we need to see
A deep true love of this country

Winter is as winter was
I look this way just because
Winter lovers, love like brothers
Gives us hope for..........

Winter lovers, Winter trees
Winter longing, falling free
Shielding what we need to see
A deep true love of this country

Winter lovers, Winter trees
Winter longing, falling free
Shielding what we need to see
A deep true love of this country

 

ET CETEЯA
I stare at the sky and it leaves me blind I close my eyes and this is yesterday

เ บ ็ ด เ ต ล ็ ด

เซ็กชั่นนี้ จะรวมบทความ บันทึก สัมภาษณ์ที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับแมนิคส์ค่ะ

How To Be An American Manics Fan

Interview With Яichey's Family
The Welsh Flag    


็็HOW TO BE AN AMEЯICAN MANICS FAN

ครั้งแรกที่เห็นคอลัมน์นี้จากแมนิีคส์ แฟนไซต์เว็บนึง (จำ url ไม่ได้ T-T) ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที เป็นที่รู้กันดีว่า เหล่าแมนิคส์และแฟน ๆ ชาวอังกฤษ เกลียดพวกอเมริกาขนาดไหน เว็บนี้สร้างโดยแฟนแมนิคส์ชาวอเมริกา (ออกจะดูแปลก ๆ ซักหน่อย) แต่พออ่านแล้วก็ชอบ คิดว่ามันตลกดี คงจะคล้าย ๆ กับสถานการณ์แมนิคส์ในไทยตอนนี้ด้วย แบบว่าไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะได้ดูแมนิคส์อีก ...มาอ่านกันเลยดีกว่า

" How To Be An American Manics Fan
พวกคุณคงรู้กันดีว่า Manic Street Preachers เป็นอัจฉริยะขนาดไหน ทุก ๆ ประเทศในโลกก็คงรับรู้ความจริงนั้นได้ ... ยกเว้น อเมริกา

ไม่ต้องประหลาดใจเลย เมื่อพิจารณาดูแล้ว อเมริกาคือประเทศที่เต็มไปด้วยเพลง boy band สำเร็จรูป 3 นาที ถูกเปิดตลอดเวลาโดย MTV และสถานีวิทยุต่าง ๆ โดยที่พวกเค้าเข้าใจว่า นั่นคือดนตรีที่แท้่จริง !!! ชาร์ทเพลงตกต่ำอย่างน่าตกใจ โดนครอบงำโดย Puff Daddy, Back Street Boys, Matchbox 20 และถ้านี่คืออนาคตของวงการดนตรี โอ้ พระเจ้า ช่วยพวกเราด้วย !!!

น่าเศร้า ที่แฟน ๆ แมนิคส์เพียงหยิบมือ ผู้ค้นพบ ดนตรี alternative ที่นี่ ต้องลดจำนวนลง หลังจากพยายามอย่างหนักในการขุดถังขยะซีดีนำเข้า หรือ การที่ไม่มีสื่อใด ๆ นำเสนอวงดนตรีชื่อ Manic Street Preachers เลย

และนี่คือสิ่งที่คุณจะทำได้ เพื่อเป็น American Manics อย่างเต็มตัว
1. ตอบคำถามอย่างสุภาพ ถ้ามีใครมาถามคุณว่า Manic Street Preachers มาจากไหน ?

2. หักห้ามความโกรธ จากถ้อยคำเย้ยหยัน ถากถาง เสียงหัวเราะเยาะ เมื่อมีคนถามว่า "เวลส์ เหรอ ? ใช่เมืองในแคนาดาอ๊ะเปล่า ?"

3. แปะสโลแกน ของพวกเอียงซ้ายไว้บนปกหนังสือเรียนประวัติศาสตร์อเมริกาทุกเล่ม ... อย่าลืมถือโชว์ด้วยล่ะ

4. ตะคอกบุรุษไปรษณีย์ไปเลย ถ้าซีดี This Is My Truth Tell Me Yours ที่คุณสั่ง มาช้ากว่ากำหนด 3 วัน

5. ใส่เสื้อยืดคอมมิวนิสต์ลายค้อนและเคียวในวันชาติอเมริกา ขออวยพรอย่าให้คุณโดนจับละกัน !!!

6. เขียนเนื้อเพลง Archive Of Pains ลงบนปกซีดีของ Matchbox 20 และแปะมันบนทุก ๆ ที่ที่เป็นไปได้

7. เริ่มทำตัวเป็นพวก 2 เพศ (แต่งหน้า ทาตา) ในชุมชนของคุณได้เลย

8. ร้องเพลงชาติอเมริกาในทำนองแบบ Revol

9. พยายามส่ง email ไปหา MTV ทุกวัน ให้ัเปิด มิวสิควีดีโอใหม่ของ Manics ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีผลเลยก็ตาม

10. เผาซีดีของ Hootie And The Blowfish ทั้งหมด เท่าที่คุณจะหาได้

11. ตั้งชื่อหมาของคุณว่า Nietzche อย่าลืมสอนภาษาเยอรมันให้มันด้วยล่ะ

12. ควักกระเป๋าซัก 30 เหรียญ เพื่อซื้อเทปสารคดีของแมนิคส์ ที่ฉายทาง BBC2 จากคนอังกฤษ แล้วก็ก็อปปี้เทปนั้นขายให้กับแฟนแมนิคส์คนอื่น ๆ ในอเมริกาซัก 60 เหรียญ กำไรนิดหน่อยน่ะ

13. เก็บกระเป๋าของเครื่องดูดฝุ่นของแม่คุณไว้ให้นิกกี้ (ยี่ห้อ Dyson ยิ่งดี) แล้วก็หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าซักวัน แมนิคส์จะมาเล่นคอนเสิร์ตห่างจากบ้านคุณ 100 ไมล์

14. ร้องเพลงสวดในโบสถ์ในแบบ " Repeat After Me, Kill Monica Lewinsky ... "

15. คว่ำบาตรพวกแฟน ๆ Metallica เพราะว่าพวกเค้ามีหนวด !!

16. แอบจูนเข้าไปในระบบเคบิลท้องถิ่น แล้วเปิดมิวสิควีดีโอเพลง Stay Beautiful, Little Baby Nothing, Love's Sweet Exile ซ้ำไปซ้ำมา จนกว่า FBI จะบุกมาจับตัึวคุณไป

17. ใช้เงินทุกสตางค์ไปกับอัลบั้มนำเข้าของแมนิคส์ แล้วก็ใช้ชีวิตจนกรอบไป

18. เมื่อมีแฟนแมนิคส์จากประเทศอื่น ๆ ถามว่าุคุณมาจากไหน ก็ตอบไปอย่างคลุมเครือว่า " ก็จากประเทศเล็ก ๆ ที่ติดกับแคนาดาไง " (โอ้ ... เค้าึคงไม่คิดว่าเป็น Alaska หรอกนะ !!!) "

[back to top]

 

็็INTEЯVIEW WITH ЯICHEY'S FAMILY
The Sun 23/2/1999

เป็นบทสัมภาษณ์เมื่อหลายปีก่อน แต่สะท้อนมุมมองต่อริชชี่และแมนิคส์ไ้ด้ชัดเจนดีค่ะ

เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ที่ Richard James Edwards (รู้จักกันในนาม Richey – ริชชี่) นักแต่งเพลง, มือกีตาร์วง Manic Street Preachers ได้หายตัวไป แต่เวลาก็ไม่ทำให้ความรักของพี่สาว– ราเชล จางหายไป รวมถึงการหยุดตามหาเค้าด้วย เธอกล่าวว่า "ทุกวันนี้ ครอบครัวของเรายังคงเจ็บปวดกับเหตุการณ์นี้เหมือนวันที่ริชชี่เพิ่งหายไป "ฉันหยุดที่จะเลิกตามหาเขาไม่ได้ ถ้าไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของฉัน สำหรับพวกเราแล้ว เขาไม่ใช่ร็อคสตาร์ เขาเป็นเลือดเนื้อและพวกเราก็เจ็บปวดมากที่ไม่มีเค้าอยู่ด้วย "จากความเจ็บปวดนี้ มันกระตุ้นให้ฉันยังตามหาเค้าอยู่ เพราะต้องการรู้ความจริง" ราเชล – พยาบาลวัย 29 กล่าวเพิ่ม "เราจะวางแผนชีวิตอะไรต่อได้ล่ะ ? ฉันทิ้งทุกอย่างในชีวิตตอนนี้ ด้วยหวังว่าวันนึงเค้าจะกลับมาแชร์ชีวิตกับฉันอีก"

ริชชี่ หายตัวไประหว่างที่เหล่าแมนิคส์จะบินไปทัวร์ที่อเมริกา สมาชิกสามคนที่เหลือ เจมส์ นิกกี้ ฌอน เอาชนะช่วงเวลาโหดร้ายนั้น โดยทำดนตรีที่เยี่ยมยอด รับรางวัล Best Band และ Best Album จาก Brit Awards แน่นอนว่ารางวัลนี้ครอบครัว Edwards ก็ร่วมยินดีด้วย แต่ไม่ทำให้พวกเค้าสบายใจได้

ราเชล ผู้ที่ยังคงเรียกน้องชายของเธอว่าริชาร์ด กล่าวอีกว่า "เค้าเป็นจิตวิญญาณของวง เค้าให้พลังชีวิตมากมายแก่วงในวันอันโหดร้ายเมื่อตอนตั้งวงแรก ๆ แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วและมันก็ทำให้ฉันเจ็บปวดมากที่เห็นพวกเขา ตอนที่พวกแมนิคส์เล่นที่ Cardiff ปีที่แล้ว ฉันไม่สามารถไปดูได้เลย "

การหายตัวไปอย่างลึกลับของริชชี่ - มือกีตาร์และนักแต่งเพลงชาวเวลส์ เปรียบเสมือนเป็น Lord Lucan* ของวงการเพลงร็อคเลยทีเดียว

ครอบครัวของริชชี่ยังไม่ทิ้งประเด็นที่ว่า เขาอาจจะไปเริ่มต้นใหม่ของเขาเอง เนื่องจากประวัติของริชชี่ที่เคยมีปัญหาด้านการทำร้ายตัวเอง รวมทั้งเหตุการณ์เฉือนแขนตัวเองเป็นคำว่า 4 real ที่หลังเวทีจากการสัมภาษณ์กับนักข่าว ครอบครัวยังเชื่อว่า เค้ากดดันจากความมีชื่อเสียงและต้องการไปใช้ชีวิตที่ไหนสักแห่ง แล้วก็ปลอมชื่อตัวเองเป็นคนใหม่

ราเชล เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นเหมือนมันเพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ "โทรศัพท์แจ้งข่าวนั้น มันเป็นจุดเริ่มต้นของ 4 ปีที่ทรมานสำหรับฉันและครอบครัว ตอนนั้นแม่แค่พูดว่า "ริชชี่หายตัวไป" "ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เกือบจะหมดสติแต่ก็ยังเชื่อว่าเขาจะกลับมา" "เขาได้โทรหาแม่คืนก่อนเกิดเหตุและบอกแม่ว่าเขาไม่อยากไปทัวร์ที่อเมริกา แต่มันก็เหมือนคำบ่น ๆ ทั่วไป" "ทั้งวงจัดการข้าวของและเตรียมจะไปแล้ว ฉันว่า ทุกคนล้วนคิดว่าริชาร์ดจะกลับมาในนาทีนั้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า หลายชั่วโมงผ่านไป ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเริ่มกลายเป็นลางร้ายขึ้นมา"

"ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน เขามักจะโทรกลับมาที่บ้านเพื่อคุยกับแม่เสมอ บางทีก็แค่โทรมาสวัสดี"

ริชชี่เข้ารับการบำบัดโรคหดหู่และการติดอัลกอฮอลที่ London’s Priory Hospital เมื่อเดือนก่อนเกิดเหตุ และครอบครัวคิดว่าเขาน่าจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเพื่อนมากกว่า

เมื่อการติดตามริชชี่ดูจะไร้ผล ทุกคนก็โทรเช็คตามรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ของริชชี่ แต่มันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

"แล้วตำรวจก็เข้ามาทำคดี เริ่มหาจากจุดเริ่มต้น เราเริ่มกันที่แฟลตของริชาร์ดใน Cardiff ที่ที่เรามั่นใจว่าเขาต้องกลับมาที่นี่แน่ เราเจออะไรบางอย่างแต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ เขาทิ้งพาสปอร์ตไว้ในโต๊ะที่แฟลตนั่น แล้วก็ใบเสร็จค่าทางด่วนและเงินทอนอีก 30 เพนนี ใกล้ ๆ กัน ในใจฉันยอมแพ้แล้ว ไม่เข้าใจว่าเขาตั้งใจจะบอกอะไรกับเราโดยการทิ้งไว้เสร็จนั่นไว้ ก่อนที่เขาจะหายตัวไป เขามักจะหมกมุ่นอยู่กับเคสหายตัวไปแบบนี้ "มันไม่ยากเลยถ้าเค้าจะปลอมหลักฐานอะไรขึ้นมา โดยเฉพาะสิ่งที่เขาศึกษามาก่อนแล้ว"

" สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดคือ การที่ไม่สามารถช่วยขจัดปัญหาของเขาได้เลย"

"มองย้อนกลับไป ฉันปรารถนาจะพูดคุยกับเขามากกว่านี้ ฉันสนิทกับเขามากแต่ก็มีบางอย่างล่ะที่ไม่ได้พูดออกไป ก่อนที่เขาจะหายตัวไป เขาเคยพูดเกี่ยวกับการสับนิ้วตัวเองด้วยมีดปังตอ เพราะว่าเขากลัวจะถูกว่า ว่าเป็นไอ้โง่ที่นิวยอร์ก เขาไม่อยากไปจริง ๆ"

"พวกเราทุกคนเป็นทุกข์มากเรื่องที่เขาเฉือนแขนตัวเองต่อหน้านักข่าวนั่น แต่เขาก็เคยแอบทำแบบนี้มาก่อนแล้ว สิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสนใจ มันเป็นเรื่องส่วนตัวและก็เป็นบางอย่างที่พวกเราไม่เคยพูดถึงด้วย ฉันไม่เข้าใจเรื่องที่เขาทำร้ายตัวเอง จำได้ว่าเคยนั่งติดกับเขาและเห็นเขาดับบุหรี่ที่ขาตัวเอง เราสองคนต่างก็รู้สึกกระดากเมื่อเขารู้ว่าฉันได้เห็นการกระทำนั้น ฉันเสียใจที่ไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วเขาก็จะเอาเสื้อคลุมมาปิดบังไว้"

"ฉันเพิ่งจะศึกษามาว่า การทำร้ายตัวเองนั้นเป็นการปลดปล่อยจากจิตใจ ริชาร์ดเคยพูดกับฉันว่า การทำร้ายร่างกายมันเทียบไม่ได้เลยกับจิตใจที่เจ็บปวดข้างใน มันทำให้ฉันเสียใจจริง ๆ ฉันคิดว่าเราพี่น้องสนิทกันมากแต่ฉันก็ไม่สามารถหยุดอะไรได้เลย ฉันเคยสงสัย คนเราจะรู้จักใครซักคนได้ดีขนาดไหน? กับการที่เขาต้องหายตัวไปเพื่อหลีกหนีจากความเจ็บปวด มันยังคงหลอกหลอนฉันอยู่ เขาต้องเป็นทุกข์มาก ๆ และมันก็เป็นการยากที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความจริงที่เห็นอยู่ และการหนีก็เป็นทางออกทางเดียว "

การตามหาริชชี่ กลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของราเชล เธอติดต่อโบสถ์และเจ้าหน้าที่ชายฝั่งทุกแห่งในประเทศ รวมถึงศูนย์แจ้งผู้สูญหาย เธอยังประสานงานไปยังนักสืบสก็อตแลนด์ยาร์ดที่มีข่าวความคืบหน้า (แบบไม่เป็นทางการ) เกี่ยวกับริชชี่อยู่ทุกเดือน

เดือนที่แล้ว ราเชลได้รับข่าวน่าสนใจชิ้นนึง ว่ายังไม่มีเจ้าพนักงานชันสูตรศพในอังกฤษคนใด พบเจอศพที่ตรงกับลักษณะของริชชี่ "มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราเข้าใกล้การตามหามากขึ้น แต่อย่างน้อยเราก็สามารถนอนใจได้ว่า ร่างที่นอนตายอยู่ในห้องเก็บศพนั้น เราได้เช็คหมดแล้ว"

"ถ้ามีใครซักคนนึงในชีวิตของคุณหายตัวไป เป็นใครซักคนที่คุณรักมาก เหมือนกับริชาร์ด คุณไม่สามารถทำอะไรต่อได้แน่ ๆ ถ้าไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าทำอะไรอยู่ที่ไหน"

พ่อแม่ของริชชี่ – เกรแฮม และเชอรี่ เพิ่งจะยกเลิกการไป Fuertevetura บนเกาะ Canary หลังจากมีการกล่าวอ้างว่าพบริชชี่ที่นั่น ซึ่งไม่เป็นความจริง "เราจะไปที่นั่นเพื่อพิสูจน์รายงานนี้ แต่ตอนนี้เห็นท่าว่าจะไม่เป็นความจริง" "มีชายคนนึงที่อ้างว่าเห็นริชาร์ดจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ แต่ก็มีเรื่องแปลก ๆ ที่ชายคนนั้นหายไปกับสายลมและก็ไม่ได้รายงานเรื่องนี้ต่อด้วย"

"คนอื่น ๆ ที่อ้างว่าเห็นริชาร์ดเป็นพนักงานบาร์ บอกว่าเห็นผู้ชายแปลกหน้าใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืด แต่ถ้าเป็นริชาร์ดจริง เธอต้องเห็นรอยสักหรือรอยแผลเป็นบนแขนเขาแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้พูดถึงมัน" "แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้อยู่ประเทศอื่น ๆ ในโลก แต่ตอนนี้เราก็ยังไม่มีข้อมูลที่จะติดตาม" ความพยายามในการตามหาริชชี่เป็นเรื่องหนักสำหรับจิตใจมาก

ราเชลกล่าว "ตอนแรก ๆ เรามีเรื่องจะพูดถึงเขามากทีเดียว แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรจะพูดแล้วล่ะ ฉันบอกได้เลยว่าพ่อกับแม่คิดอะไรอยู่ จากใบหน้าเศร้า ๆ ของท่าน พวกเราพยายามตั้งมั่น แต่พวกเราต้องรับมือกับหลายสิ่งหลายอย่างมาก พ่อพบว่ามันยากทีเดียวที่จะแสดงอารมณ์อะไรออกมา แม่ก็จะหัวเสียอยู่ตลอด ฉันก็พยายามจะทำอะไรบ้างเพื่อจะหาความจริง ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ก็แค่นั้น สิ่งเล็กน้อยที่สุดอย่างหนังสือหรือรูปของริชาร์ดสามารถทำให้ฉันคิดถึงเขาได้ทันที ตามด้วยความเชื่อที่พังทลายว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว"

*Lord Lucan - Richard Bingham, 7th Earl of Lucan ชาวอังกฤษ หายสาบสูญไปในปี 1974 หลังจากลูกสาวของเขาถูกฆาตกรรม สันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว

 

[back to top]

 

็็THE WELSH FLAG

ธงชาติเวลส์ หรือ The Red Dragon (ภาษาเวลส์ คือ Y Ddraig Goch) สัญลักษณ์คือ มังกรสีแดงก้าวขาหน้าข้างหนึ่งบนพื้นสีขาวและสีเขียว

ธงนี้ ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 1959 แต่ตัวมังกรนี้ มีตำนานผูกพันธ์กับเวลส์มานานนับศตวรรษ อาจกล่าวได้ว่า ธง The Red Dragon นี้ เป็นธงประจำชาติที่เก่าแก่ที่สุด ที่ยังคงใช้จนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้

ซึ่งมังกรแดงนี้ ก็มีตำนานเล่าขานแตกต่างกันไป แต่ตำนานที่เหมือนจะเป็นต้นกำเนิด กลับจะดูลางเลือนปนเปไปกับประวัติศาสตร์และนิทานพื้นบ้าน ทฤษฎีที่ดูเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด คือ พวกโรมัน ได้นำสัญลักษณ์หนึ่งมาที่ดินแดนหนึ่ง (ณ ปัจจุบันคือ เวลส์) ระหว่างการครอบครองจักรภพอังกฤษ ในรูปของธง Draco (สัตว์ที่มีหัวเป็นหมาป่าอ้าปาก ตัวเป็นงู - เปลี่ยนแปลงมาเรื่อยจนกลายเป็นมังกร) ของกองทหารโรมัน แถบสีขาวและเขียวถูกเพิ่มมาภายหลังโดยราชวงศ์ทิวดอร์ของอังกฤษ (ครองบัลลังก์โดยกษัตริย์ชาวเวลส์ช่วงปี 1485 - 1603) สีเขียวและขาวยังเป็นสีของต้น leek (คล้าย ๆ ต้นกระเทียม) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของเวลส์ด้วย

บันทึกเก่าแก่ที่สุดของมังกรของเวลส์มาจาก Historia Brittonum (บันทึกปี 830) แต่มันมักจะถูกอ้างถึง การต่อสู้ระหว่าง King Arther กับ พวก Celtics โบราณ

ยังมีตำนานหลายเรื่องเกี่ยวกับมังกรแห่งเวลส์นี้ เรื่องที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด คือ ตำนานแห่งเมอร์ลิน (Prophecy of Myrddin) การต่อสู้อันยาวนานระหว่างมังกรขาวและมังกรแดง ตามตำนาน มังกรขาวดูเหมือนจะนำ แต่สุดท้ายมังกรแดงก็ชนะ

ธงชาติเวลส์เป็นธงเดียวของประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในธง Union Jack (ธงของสหราชอาณาจักรเป็นการรวมธงของ อังกฤษ, สก็อตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือ)

ปัจจุบันนี้ มีสองประเทศเท่านั้นที่มีมังกรเป็นสัญลักษณ์ในธง คือ เวลส์ กับ ภูฎาน

  ธงของประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ


Union Flag, Union Flag
Flag of United Kingdom


Flag of Scotland
( St Andrew's Crosse)


Flag of England
(St George's Cross)


Flag of Northern Ireland,


Flag of Welsh, The Red Dragon
(Y Ddraig Goch)

ขอบคุณข้อมูลจากวิกีพีเดีย

[back to top]