Is it a kind of dream Floating down on the river Following the river of death down the stream Oh is it a dream

HOME
AЯCHIVE
BIOGЯAPHY
DISCOGЯAPHY
BOOKS
LYЯICS
ЯEFEЯENCES

PICTUЯES

ET CETEЯA
FOЯUM
ME
MY GIGS
THANKS
WHILE THEY WERE SLEEPING

The Girl Who Wanted To Be God

There are no sunsets just silence
You could see that she was true and faithless
But see through the future and forget all the lies
Black out the words for the blind have eyes

I am the girl who wanted to be God
I am the girl who wanted to be God

There are times when you feel hopeless
Just for once for no-one else we are blameless
The dawn is still breaking its heaven is so high
She told the truth, told the truth and then she lied

I am the girl who wanted to be God
I am the girl who wanted to be God

Hold me she said love me to death

I am the girl who wanted to be God
I am the girl who wanted to be God

I am the girl who wanted to be God
I am the girl who wanted to be God

 

BIOGЯAPHY
The further away I get from you The harder it gets for everyone else

ป ร ะ ว ั ต ิ

เรา์เคยสงสัยว่าทำไม Manic Street Preachers ถึงได้ทำเพลงที่รันทด หดหู่ มืดมน ได้ขนาดนั้น ความเหงา ชีวิตรันทดของชนชั้นแรงงาน ความอยากตาย ทำไมชีวิตเค้ามันโหดร้ายมากหรือไง จนได้อ่านประวัติของเหล่าแมนิคส์ในวัยเด็ก ก็เข้าใจว่าการที่โตมาเป็น" คน " แบบทุกวันนี้ได้ มันยากเหลือเกิน ...

ใครที่เคยดูหนังเรื่อง Billy Elliot คงจะพอเข้าใจชีวิตของเหล่าแมนิคส์ในอดีตได้ ชีวิตอันโหดร้ายกับความยากจนข้นแค้น การไม่มีงานทำ ชนชั้นกรรมาชีพสไตรค์งาน เหมืองแร่เก่า แหล่งงานที่เสื่อมโทรมในเวลส์นั้น มันโหดร้ายเพียงไหน ไม่มีงานอดิเรก ไม่มีกีฬา ไม่ีมีความชื่นมื่นรื่นรมณ์ ไม่มีอะไรซักอย่าง ชีวิตนั้นมีแต่งานและการหาเงิน เด็ก ๆ ก็มีชีวิตไปวัน ๆ กับการเรียนหนังสือซักเล็กน้อย เพื่อรีบจบและทำเงินให้ได้เร็วที่สุด

วันนี้ แมนิคส์ก็เหมือน Billy Elliot ที่ได้เติบโตมาเป็นคนคุณภาพ ได้ทำสิ่งที่รัก และที่่สำัคัญสิ่งที่พวกเค้าได้ทำนั้น ไม่เพียงแต่ต้องจารึกไว้ในเวลส์เท่านั้น แม้แต่โลกยังต้องบันทึกไว้ - The best band from Wales, ever.

เราพยายามรวบรวมประวัติจากมุมมองของนักเขียนท่านต่าง ๆ รวมถึงมุมมองของตัวเองด้วยที่ได้รู้จักพวกเค้ามาสิบd;jkปี ข้อความอาจจะไม่เป็นทางการเท่าไร อยากให้อ่านกันแบบสบาย ๆ ถ้ามีข้อความ เนื้อหา ผิดพลาดประการใด ต้องขอความกรุณาแฟน ๆ ติติง เพิ่มเติมมาด้วยค่ะ

ชื่อจริง
ชื่อในวงการ
เกิด
ตำแหน่งในวง
สถานะ
James Dean Bradfield
James Dean Bradfield เจมส์ ดีน แบรดฟิลด์
21 กุมภาพันธ์ 1969
ร้องนำ, แต่งดนตรี, แต่งเนื้อบ้างนาน ๆ ที
แต่งงานแล้วแบบเงียบ ๆ กับแฟนสาวสุดสวย เมื่อ 11 กรกฎาคม 2004 ที่ Florence, Italy
__________________

Note

  • ตอนแรกพ่อจะตั้งชื่อให้ว่า Clint Eastwood Bradfield แต่แม่เจมส์คัดค้านเลยกลายมาเป็น James Dean ซึ่งก็ไม่ทิ้งชื่อดาราหนุ่มหล่อ
  • จากชื่อดาราสุดหล่อทำให้เขามีปัญหาพอสมควร เพราะตอนเด็กเจมส์ไม่ได้มีเค้าความหล่อเลยแม้แต่น้อย เจมส์ใส่แว่นอันโตเทอะทะ ตาเขเล็กน้อย และสูงเพียง 5 ฟุต 5 นิ้ว ทำให้โดนเพื่อน ๆ ล้อเสมอ
  • เจมส์มีนิสัยชอบดื่ม ชอบสังสรรค์ เข้าสังคม สังเกตโพสถ่ายรูปหลายครั้งเจมส์มักจะมีแก้วเหล้าหรือบุหรี่อยู่ในมือเสมอ
  • ปัจจุบันอาศัยอยู่ในลอนดอน
  • แม่เจมส์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งซึ่งเจมส์แต่งเพลง Ocean Spray ให้แม่ (ตอนแม่ป่วย เจมส์มักจะให้แม่ดื่มน้ำแครนเบอรี่ยี่ห้อ Ocean Spray เสมอ)
  • มีผลงานโซโลอัลบั้ม The Great Western ออกเมื่อ 24 กรกฎาคม 2006
ชื่อจริง
ชื่อในวงการ
เกิด
ตำแหน่งในวง



สถานะ

Nicholas Allen Jones
Nicky Wire นิกกี้ ไวร์ (เนื่องจากตัวสูงเหมือนเสาโทรเลข)
20 มกราคม 1969
เบส, แต่งเนื้อ (ในปีแรก ๆ ของการก่อตั้งแมนิคส์ นิกกี้ยังเล่นกีตาร์ มีมือเบสชื่อ Flicker แต่ได้ออกจากวงเมื่อปี 1988 ด้วยเหตุผลว่าท่าทางแมนิคส์ชักจะนอกลู่นอกทางจาก punk ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นออกไปไกลซะแล้ว)
แต่งงานแล้วกับ Rachel หวานใจตั้งแต่สมัยเด็ก ตั้งแต่ปี 1993 มีลูกสาว 1 คน ชื่อ Clara เกิดเมื่อปี 2002 และ ลูกชาย Stanley เกิดเมื่อปี 2007 อาศัยอยู่ในบ้านที่เวลส์

__________________

Note

  • เป็นสมาชิกคนเดียวของวงที่ยังคงคอนเซปส์แต่งหญิง แนว Glam ซึ่งจริง ๆ แล้ว นิกกี้สนิทสนมกับแม่ของเค้ามาก จึงได้ซึมซับความอ่อนโยนและความสวยงามแบบผู้หญิงมาไม่น้อย
  • เป็นนักดนตรีฝีปากกล้าที่นักข่าวและแฟน ๆ รู้กันดี ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก คือ ครั้งหนึ่งที่นิกกี้เคยประกาศบนเวทีคอนเสิร์ตว่า “In this Season of goodwill, let’s pray that Michael Stripe goes the same way as Freddie Mercury pretty soon” (ในโอกาสอันดีนี้ พวกเรามาร่วมสวดให้ไมเคิล สไตร์ป (แห่ง R.E.M ) ได้มีอันเป็นไปแบบ เฟรดดี้ เมอคิวรี่ (แห่ง Queen ) เร็ว ๆ นี้ด้วยเถิด) ซึ่งเพื่อนศิลปินทุกคนต่างโทษการกระทำบ้าเลือดนี้ แม้แต่นิกกี้เองก็สำนึกผิดภายหลัง และสารภาพว่าจริง ๆ แล้วเค้าก็เป็นแฟนเหนียวแน่นคนหนึ่งของ R.E.M เหมือนกัน
  • แฟน ๆ ที่เจอมักจะชมชอบว่านิสัยดี (ที่หยุดถ่ายรูปและพูดคุยด้วย)
  • ชอบอ่านหนังสือ แม้แต่ตอนที่ออกทัวร์ก็จะมีหนังสือติดตัวไปด้วยเสมอ ๆ
  • ชอบอาศัยอยู่ในบ้านที่เวลส์ ต้องทนทุกข์กับการติดตามถ่ายภาพของนักข่าวจนแต่งเพลง Wattsville Blues
  • มีผลงานโซโลอัลบั้ม I Kill The Zeitgeist วางแผง 25 กันยายน 2006
ชื่อจริง
ชื่อในวงการ
เกิด
ตำแหน่งในวง
สถานะ
Sean Anthony Moore
Sean Moore ฌอน มัวร์
30 กรกฎาคม 1968
กลอง, เครื่องเป่า, เพอคัสชั่น, แต่งดนตรี
แต่งงานแล้วเมื่อปี 2000 กับแฟนสาวชื่อ Rihan มีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตชื่อ Matilda Poppy ลูกชายคนเล็กชื่อ Felix

__________________

Note

  • ฌอนเคยบอกว่า ไม่อยากมีลูก เพราะไม่อยากให้ลูกเกิดมาในโลกอันโหดร้ายใบนี้
  • เป็นสมาชิกคนเดียวของวงที่ไม่มีปากมีเสียง เป็นคนขี้อายสุด ๆ (ยอมรับว่าแทบจะไม่เคยได้ยินเสียงของฌอนเลย – เว็บมาสเต้อ)
  • ฌอนชอบเทคโนโลยี อัพเดททุกอย่างให้ใหม่เสมอ จะชอบติดเกมส์กดไปทุก ๆ ที่ (ทามาก็อตจิก็เป็นหนึ่งในของเล่นของฌอน)
  • เป็นคนที่ติดการช้อปปิ้งสุด ๆ ทุกครั้งที่มีทัวร์ในที่ต่าง ๆ ฌอนมักจะออกสำรวจร้านค้าและพบว่าหลังเสร็จสิ้นการทัวร์เค้าจะมีกระเป๋าเดินทางเพิ่มขึ้นอีกหลายใบจากการช้อปปิ้ง
  • เป็นสมาชิกปัจจุบันคนเดียวของวงที่ยังไม่มีโซโลอัลบั้มของตัวเอง
ชื่อจริง
ชื่อในวงการ
เกิด
ตำแหน่งในวง
สถานะ
Richard James Edwards
Richey Edwards ริชชี่ เอ็ดเวิดส์
22 ธันวาคม 1967
กีตาร์, แต่งเนื้อร้อง
หายสาบสูญ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 1995
ปัจจุบัน พ่อแม่ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลให้เป็นผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ (ธันวาคม 2008) รวมเวลาหายสาบสูญ 13 ปีกว่า

__________________


Note

  • หนุ่มน้อยในตาโศกเป็นกระบอกเสียงของแมนิคส์ กับครั้งหนึ่งที่กรีดแขนตัวเองเป็นคำว่า 4REAL เพื่อแสดงให้นักข่าวบันเทิงดูว่าพวกเขาน่ะตัวจริง
  • มีอาการติดเหล้าหนักและโรคอนาเร็็กเซียถึงขนาดต้องเข้าสถานบำบัด
  • ชอบอ่านหนังสือจึงมีความรู้รอบตัวมาก เป็นนักคิดนักเขียนประจำวง
  • เป็นคู่หูคนสำคัญของนิกกี้ ขนาดนักข่าวให้ฉายา Glamour Twins
  • หายสาบสูญไปตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1995 ที่ลอนดอน ก่อนออกเดินทางทัวร์อเมริกา
  • ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครรู้ชะตากรรมแ่ต่ก็ยังรอคอยกับการกลับมาของเขา และเขายังเป็นอัจฉริยะในหัวใจของแฟนเพลงหลาย ๆ คนตลอดมา
** ประวัติยังมีต่ออีกเยอะ อันนี้แค่น้ำย่อย คอยติดตามกันค่ะ **