Is it a kind of dream Floating down on the river Following the river of death down the stream Oh is it a dream

HOME
AЯCHIVE
BIOGЯAPHY
DISCOGЯAPHY
BOOKS
LYЯICS
ЯEFEЯENCES

PICTUЯES

ET CETEЯA
FOЯUM
ME
MY GIGS
THANKS
LINKS
WHILE THEY WERE SLEEPING

This Is Yesterday

Do not listen to a word I say
Just listen to what I can keep silent
The only way to gain approval
Is by exploiting the very thing that cheapens me

And I stare at the sky
And it leaves me blind
I close my eyes
And this is yesterday

Someone somewhere soon will take care of you
I repent, I'm sorry, everything is falling apart
Houses as ruins and gardens as weeds
Why do anything when you can forget everything

And I stare at the sky
And it leaves me blind
I close my eyes
And this is yesterday

I stare at the sky
And it leaves me blind
I close my eyes
And this is yesterday

ARCHIVE
Do not listen to a word I say Just listen to what I can keep silent
ค ล ั ง ข ่ า ว

 

01/05/2009
___________________________________________________________________________________________________________

JOURNAL FOR PLAGUE LOVERS

ไม่น่าให้ เจมส์ กับ ฌอน ยืนบนกล่องเลย ดูผิดสัดส่วนยังไงไม่รู้ (หรือว่านิกกี้ยืนในหลุม ?)
แต่เท่ระเบิดระเบ้อ

 

26/03/2009
___________________________________________________________________________________________________________


อัลบั้มอาร์ท ภาพหน้าปก ใช้บริการศิลปินเจ้าเดิม Jenny Saville ศิลปินชาวอังกฤษผู้วาดภาพปกอัลบั้ม The Holy Bible

MANIC STЯEET PЯEACHEЯS : JOUЯNAL FOЯ PLAGUE LOVEЯS

กับอัลบั้มสตูอัลบั้มใหม่ล่าสุดที่ตั้งตารอคอยกันมา ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่ 9 ของเหล่าแมนิคส์ อัลบั้มชุดนี้ได้รับการเปิดเผยจากทางวงมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะใช้ "วัตถุดิบ" ซึ่งเป็นเนื้อเพลงที่ริชชี่ทิ้งไว้ก่อนหายตัวไป นำมาทำเพลงทั้งหมด โปรดิวส์โดย Steve Albini บันทึกเสียงที่ Rockfield studio ใน Wales

Tracklisting
1. Peeled Apples
2. Jackie Collins Existential Question Time
3. Me and Stephen Hawking
4. This Joke Sport Severed
5. Journal For Plague Lovers
6. She Bathed Herself In A Bath Of Bleach
7. Facing Page: Top Left
8. Marlon J.D.
9. Doors Closing Slowly
10. All Is Vanity
11. Pretension/Repulsion
12. Virginia State Epileptic Colony
13. William’s Last Words

ซึ่งซีดีอัลบั้ม จะมี 3 รูปแบบคือ ซีดีเซ็ท 2 แผ่น / ซีดี 1 แผ่น / LP 1 แผ่น กำหนดวางแผง วันที่ 18 พฤษภาคม สามารถพรีออเด้อได้ทาง www.recordstore.co.uk

ส่วนตารางทัวร์ที่ประกาศออกมาแล้วในตอนนี้คือ
พฤษภาคม
25th - Barrowlands, Glasgow
26th - Venue Cymru Arena, Llandudno
28th - Camden Roundhouse, London
29th - Camden Roundhouse, London
30th - Camden Roundhouse, London

มิถุนายน
1st - Civic Hall, Wolverhampton
2nd - Dome, Brighton
4th - Olympia, Dublin, Ireland
6th - Ulster Hall, Belfast

กรกฎาคม
11th - T in the Park Festival, Scotland,
12th - Oxegen Festival, Ireland.

คงจะมีประเทศในแถบเอเชียปรากฎอยู่ในแผนที่ของแมนิคส์มั่งล่ะเน้อ ~

 

17/03/2009
___________________________________________________________________________________________________________

Updated จาก www.manicstreetpreachers.com


 

 

 

 

21/02/2009
___________________________________________________________________________________________________________

 

Hello Everyone,

Just finished recording in Rockfield, only running orders left to be finalised then cut the record in New York - looks like middle of May for release. We're excited-nervous-proud and fearful as usual. But can't wait fo everyone to hear it. Thank you for all your birthday wishes and especially the monumental 40th card. I was genuinely touched and awestruck - James turns 40 next the last one - Anyway hope you enjoy the polaroids from the studio -take care love

Manics -- Nicky Wire

---

สวัสดีทุกคน

เพิ่งจะเสร็จการอัดเสียงในร็อคฟิีลด์ เหลืออีกขั้นตอนเดียวที่จะเรียบเรียงการบันทึกเสียงในนิวยอร์ค คิดว่าอัลบั้มน่าจะออกวางแผงซักพฤษภาคม และก็เหมือนเคยพวกเราตื่นเต้นกันมาก-ประสาทเสีย-ภูมิใจและก็รู้สึกกลัว ๆ ไงก็ตาม แทบจะรอไม่ได้ที่จะให้ทุกคนได้ฟังเลยทีเีดียว ขอบคุณทุกคนสำหรับคำอวยพรวันเกิดและโดยเฉพาะการ์ด 40 ปีอันมีความหมาย ฉันตื้นตันที่สุดและก็กลัว ๆ (อายุ 40) เจมส์ก็จะมีอายุครบ 40 เป็นคนต่อไปซึ่งเป็นคนสุดท้ายแล้ว

ไงก็ตาม หวังว่าคงจะสนุกกับภาพถ่ายจากสตูดิโอนะ

ด้วยรัก

แมนิคส์ -- นิกกี้ ไวร์

 

25/01/2009
___________________________________________________________________________________________________________

Nicky Wire Postal Interview January 2009
by Delerium on Helium

Delirium : Will you be rescheduling the cancelled Bangkok date ?
Nicky : It's all up in the air - very complicated. We were gutted it got cancelled -
stuck in Hong Kong - (which was beautiful) waiting.

(Delirium : พวกคุณมีแผนจะแสดงที่กรุงเทพอีกครั้งหลังจากโดนยกเลิกไหม ?
นิกกี้ : ก็ยังไม่ตัิดสินใจอะไรแน่นอน สับสนมาก พวกเราเสียใจที่มันถูกยกเลิก ติดค้างอยู่ที่สนามบินฮ่องกง (ที่สวยงาม) เพื่อรอคอย ...)


อ่าน Q & A ทั้งหมดได้ที่ Delerium on Helium

Thanks Lindz for this Question ~

 

 

21/01/2009
___________________________________________________________________________________________________________

HAPPY BIRTH DAY TO NICKY - 40th
Dare to drive
Dare to dress
Dare to write
Dare to speak
Dare to jump
Dare to play
And dare to sing ...
และแล้วโึครงการทำการ์ดให้นิกกี้ก็ผ่านไปแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่มีแฟน ๆ ไทยส่งการ์ดมาร่วมกันเลย (มีเว็บมาสเต้อทำส่งคนเดียว) โึครงการณ์นี้มีแฟน ๆ กว่า 40 คนรวมทั้งคนดังที่นิกกี้ยอมรับนับถือร่วมทำการ์ดแฮนด์เมดและถูกรวมเป็นสมุดการ์ดขนาด A3 ส่งไปให้นิกกี้ และกลายเป็นข่าวดังเมื่อ BBC UK (Wales) นำเรื่องน่าดีใจนี้ไปลงด้วย

ข่าวจาก BBC UK (Wales) (อ่านภาษาอังกฤษได้ที่นี่)

แฟนแมนิคส์สองคนริเริ่มทำสมุดการ์ดให้แก่ นิกกี้ ไวร์ เพื่อร่วมยินดีในวันครบรอบวันเกิด 40 ปี ซึ่งเพื่อน ๆ นักดนตรีอย่างสมาชิกวง The Clash, Feeder, Echo and the Bunnymen นักกีฬา นักการเมือง ได้ร่วมแสดงความยินดีด้วย

แซมและอแมนด้า สองสาวที่เริ่มต้นโครงการนี้ ได้ริเริ่มส่งการ์ดอวยพรวันเกิดให้แก่นิกกี้ในวันที่ 20 มกราคม เป็นเวลาหลายปีแล้ว "เพราะครั้งนี้เป็นวันครบรอบ 40 ปี พวกเราเลยอยากทำอะไรที่พิเศษ"

ข้อความที่ได้ส่งมาถึงนิกกี้็มีทั้งอดีตนักกีฬาคริกเก็ตทีมชาติเวลส์ Matthew Maynard, นักรักบี้ทีมเวลส์และปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ทาง BBC- Jonathan Davies รวมทั้งอดีตนักฟุตบอลทีม Manchester United - Denis Law และ ตำนานนักกอล์ฟอย่าง Ian Woosnam รวมไปถึงเหล่านักดนตรีอย่าง Ian McCulloch จาก Echo and the Bunnymen, Paul Simonon จาก The Clash และ วง Feeder ก็ได้เขียนข้อความถึงนิกกี้ในสมุดการ์ดนั้นด้วยรวมทั้งยังมีนักการเมืองและนักกีฬาอีกหลายคน

แซมและอแมนด้า ผู้ซึ่งอยู่ในวัย 20 กว่า ๆ นั้น กล่าวว่าทั้งคู่ได้เจอกันในคอนเสิร์ตแมนิคส์ ที่ Brixton ในปี 2002 และขอเรียกตัวเองว่าเป็นแฟนแมนิคส์ตัวยงเลยทีเดียว


"เราไปดูคอนเสิร์ตประมาณ 100 ครั้งและก็ได้เจอนิกกี้หลายครั้งด้วย" แซมกล่าว "เราต้องการข้อความจากเหล่าบุคคลที่นิกกี้เป็นแฟนและ เหล่าแฟน ๆ ของนิกกี้ด้วย"

Neale Howells ศิลปินชาวเวลส์ผู้ซึ่งออกแบบปกอัลบั้มให้แมนิคส์ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ด้วย

แซมและอแมนด้าอยู่ห่างจากอังกฤษหลายร้อยไมล์และนัดพบกันสองสัปดาห์เพื่อใช้เวลาแปะรวมรวบการ์ดต่าง ๆ ลงในสมุดขนาด A3 และส่งให้นิกกี้ ผ่านทางบริษัทต้นสังกัด

"เรายังไม่ได้รับข่าวใด ๆ แต่ก็หวังว่านิกกี้จะได้รับ แค่นั้นก็โอเค" แซมกล่าว

ภาพบน : Neal Howells
ภาพล่าง : เว็บมาสเต้อ
ปล. ภาพวาดนิกกี้วาดไว้นานมาก ๆ เมื่อตอนที่เริ่มเรียนวาดภาพ ชอบทั้งภาพต้นฉบับเป็น genuine smile จริง ๆ และภาพนี้ เรียกว่าเป็นภาพที่เราชอบมากที่สุดในบรรดาภาพทีฝึกวาดไว้ ไม่นึกเหมือนกัน ว่าวันนึงจะได้ส่งให้เจ้าตัว

 

 

 

20/12/2008
___________________________________________________________________________________________________________

Music Express เล่มล่าสุด หน้าปก Gun n Roses มีลงรีวิว Manic Street Preachers - Live in Singapore 2 คอลัมน์นะคะ อุดหนุนกันได้ 35 บาทเท่านั้น ~

 

คริสมาสต์การ์ด 2008 จากเว็บไซต์ Manic Street Preachers สำหรับแฟน ๆ ~

 

02/12/2008
___________________________________________________________________________________________________________

 

เนื่องด้วยในวันที่ 20 มกราคม 2009 จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 40 ปีของ Nicky Wire มือเบสสุดเปรี๊ยวจาก Manic Street Preachers แฟน ๆ ที่อังกฤษจึงมีไอเดียรวบรวมการ์ดวันเกิดจากแฟน ๆ รวมเป็นเซอร์ไพรซ์การ์ดให้นิกกี้

เราเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะแสดงความรัก ความหวังดีให้นิกกี้ จึงร่วมแฟนโปรเจ็คด้วยการประกาศให้แฟน ๆ แมนิคส์ที่เมืองไทยคนใด มีความสนใจจะร่วมส่งการ์ดวันเกิด ซึ่งเป็นการ์ดแฮนด์เมดแบบแบน (ไม่ควรจะหนาเกินกว่าการ์ดทั่ว ๆ ไป) ในขนาด A4 หรือ A3 แล้วส่งมาที่เรา แล้วเราจะเป็นผู้รวบรวมส่งไปให้กลุ่มแฟนที่จัดโครงการที่อังกฤษ

ขอใ้ห้ผู้ที่สนใจร่วมโครงการ ส่งการ์ดของท่านมาก่อนวันที่ 1 มกราคม เป็นอย่างช้า เราจะทำการรวบรวมให้ถึงอังกฤษก่อนวันที่ 8 มกราคมค่ะ

โดยสามารถอีเมลมาขอที่อยู่หรือคอนเฟิร์มการ์ดของคุณที่
lovemanics@hotmail.com

ผู้ที่จะจัดส่งการ์ดมา ขอให้แนบกระดาษแข็งมาด้วย (ป้องกันการยับ) พร้อมกับใส่ซองพลาสติกหรือถุงพลาสติกใด ๆ (ป้องการการเปื้อน) โดยถ้าไม่มีเหตุจำเป็น เราจะไม่เปิดซองการ์ดของผู้ใดดูนะคะ จะรวบรวมส่งให้

โึครงการนี้เป็นแฟนโปรเจ็คเพราะฉนั้น เราไม่รับรองการได้รับของนิกกี้นะคะ แต่ทุกคนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ขอบคุณสำหรับการร่วมสนุกค่ะ

 

 

29/11/2008
___________________________________________________________________________________________________________

หลังที่ไม่ได้อัพเดทข่าวสารมานาน ตั้งแต่แจ้งข่าวดีเรื่องแมนิคส์จะมาแสดงที่ไทย กลับกลายช่วงนี้มีแต่ข่าวร้าย 2 เรื่อง มาอัพเดทกัน


ภาพจาก www.manics.co.uk ข้อความขอโทษแฟนเพลงชาวไทยเนื่องจากไม่อาจมาเปิดการแสดงได้

ทราบกันดีแล้วนะคะ ว่างาน 100 Rock Festival 2008 ที่มี Manic Street Preachers เป็นเฮดไลน์ จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศไทย การปิดสนามบินแห่งชาติสุวรรณภูมิ จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารำลึกแล้วค่ะ ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต จากที่หวังแค่ 1% ในการกลับมาของแมนิคส์ จนกลายเป็น 100% ที่เกือบจะถูกเติมเต็ม แมนิคส์มีเซอร์ไพรซ์ทัวร์เอเชียหลังจากการปิดฤดูกาลทัวร์ที่ยุโรปแล้ว และเตรียมเข้าห้องอัดซึ่งจะมีอัลบั้มใหม่ออกปีหน้า สร้างความแปลกใจและดีใจอย่างมากแก่พวกแฟน ๆ ที่อยู่อีกฟากฝั่งของโลก อย่างสิงคโปร์และฮ่องกงที่ไม่เคยได้มีโอกาสได้ดูไลฟ์ของแมนิคส์หรือประเทศที่เกือบจะถูกลืมอย่างไทยหลังจากไลฟ์แรกเมื่อ 14 ปีก่อน

แมนิคส์เปิดการแสดงที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 / ฮ่องกง 26 พฤศจิกายน 2551 / และสุดท้ายคือประเทศไทย 30 พฤศจิกายน 2551 ขอแสดงความเสียใจกับแฟนแมนิคส์ชาวไทย (ตัวเองด้วย) ที่ 14 ปีแห่งความหลังไม่อาจจะเป็นจริงได้วันนี้ หวังว่าพวกเราคงไม่ต้องรอถึงอีก 14 ปีข้างหน้า ....

repeat after me fuck them and country....

___________________________________________________________________________________________________________

Hello everyone

We thought you would like to know that we have been making music.

We have been in the studio with Mr Steve Albini recording live – to tape – analogue – no digital hiss – no Pro Tools – no safety nets. Quite scary, daunting but invigorating. All the songs we are recording are lyrics left to us by Richey. Finally it feels like the right time to use them (especially after the last 18 months being so amazing with Send Away The Tigers). Musically, in many ways it feels like a follow up to the Holy Bible but there is also an acoustic side – tender, romantic, nihilism, “Small Black Flowers That Grow In The Sky” esque. It’s a record that celebrates the genius of his words, full of love, anger, intelligence and respect. We have to make this great. Wish us luck.

We hope to release the record next April or May. The working titles are “Journal for Plague Lovers” or “I Know I Believe In Nothing But It Is My Nothing”.

Love
Nicky, James and Sean.

แมนิคส์เตรียมเข้าห้องอัดเพื่อทำอัลบั้มใหม่กับ Mr Steve Albini โดยทำงานกันแบบอนาล็อก อัดใส่เทป ไม่มีระบบป้องกันความปลอดภัย (เพื่อ ? หิหิ) โดยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะใช้เนื้อเพลงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของริชชี่ ด้านดนตรีคงมีกลิ่นอายแบบ The Holy Bible แต่ก็ยังมีดอะคูสติกละมุนละไมแบบ Small Black Flowers That Grow In The Sky พวกเค้าหวังว่างานชุดนี้จะออกมาดีที่เดียว โดยอัลบั้มใหม่คาดว่าจะออกเมษายน - พฤษภาคม 2009 โดยชื่ออัลบั้มที่คิดไว้คือ Journal For Plague Loves หรือไม่ก็ I Know I Believe In Nothing But It Is My Nothing --- wish them luck

from www.manics.co.uk

___________________________________________________________________________________________________________

ครอบครัว Edwards ยื่นเรื่องต่อศาลให้ประกาศให้ Mr. Richard Jame Edwards (Richey) เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขอไว้อาลัยให้ริชชี่ ณ โอกาสนี้

 

___________________________________________________________________________________________________________

ติดตามเรื่องราวการเดินทางไปดูแมนิคส์ครั้งแรกในชีวิตของเว็บมาสเตอร์และครั้งแรกในสิงคโปร์ ได้ First Ever Live In Singapore เร็ว ๆ นี้

 

26/10/2008
___________________________________________________________________________________________________________

ดูตั๋วกันแบบเต็ม ๆ แล้วนับถอยหลังกัน !!!

 






25/09/2008
___________________________________________________________________________________________________________


พี่อ้วนได้โปรโมทด้วยยยยยย ~

ในที่สุดงาน 100 Rocks ปีนี้ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของพวกเราก็เป็นจริงแล้ว เมื่อ
Manic Street Preachers คอนเฟิมจะแสดงเป็นวงไลน์อัพ ในกิจกรรมวันที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน (ในภาพจากเว็บ DAY 2 ลงเดือนผิด)

หลังจากปี 1994 Manic Street Preachers ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาทัวร์ที่เมืองไทยอีก จนแฟน ๆ ได้แต่เลิกหวัง ปีนี้ 2008 ต้องขอขอบคุณ 100 Pipers เป็นพิเศษที่ได้นำวงดนตรีต่างประเทศดี ๆ มาให้ชม (ไม่อยากจะเชื่อว่าตอนต้นปีเพิ่งได้ดู Stereophonics นะเนี้ยะ)

ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ออกเลย มันดีใจจนจุก ๆ ยังไงไม่รู้ อะฮึก ๆ

สรุปตารางทัวร์ภูมิภาคเอเชีย

24th November - Fort Canning Park, Singapore (ครั้งแรกในสิงคโปร์)

26th November - HITEC Star Hall, Hong Kong (ครั้งแรกในฮ่องกง)

30th November - Bangkok 100 Rock Festival, Thailand (ครั้งที่ 2 ในไทย - 14 ปีแห่งความหลัง)

 

 

15/09/2008
___________________________________________________________________________________________________________

เตรียมตัวขนนก อายไลน์เนอร์ เสื้อพ่นสเปรย์ รองเท้าบู๊ททหารไว้ให้ดี โอกาสที่จะได้ดู Manic Street Preachers ในเมืองไทย เกือบจะ 100% แล้ว กับงาน 100 Rocks Festival !!!

ณ ตอนนี้ มีการยืนยันแล้วว่าแมนิคส์จะมาร่วมในงานนี้ (แต่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อันนี้คือ คอนเฟิร์ม ณ วันนี้นะจ๊า) ดีใจกันล่วงหน้าไปก่อนแล้วกัน แล้วถ้ามีข่าวเพิ่มเติมเมื่อไร จะมาประกาศให้ทราบกันจ้า

ลองมาเก็ง Set list กันดูก่อนดีกว่า เมื่อดูจากกิ๊กหลัง ๆ ล่าสุด จะเห็นได้ว่ามีเพลงจากอัลบั้มล่าสุดน้อยมาก (มันเลยช่วงโปรโมทอัลบั้มไปแล้วใช่ไหม -*-) ส่วนเพลงฮิต ๆ จากอัลบั้มเก่า ๆ ก็ตบเท้ากันมาเต็มที่ (You love us เป็นเพลงเก่าที่มีทุกงาน -*-)

Set list เก็ง by หมู

♪ Your love alone is not enough
♪ Send away the tigers
♪ Autumnsong
♪ Masses against the classes
♪ Faster
♪ A design for life
♪ Little baby nothing
♪ Everything must go
♪ You love us
♪ Motorcycle emptiness
♪ Motown junk
♪ La tristesse durera
♪ Umbrella

♪ If you tolerate this your children will be next

รวบรวมข้อมลูจาก foreverdelayed.org.uk


Nicky Wire & แฟนเพลง (กรี๊ดดดด ป้านิกขา หนูกลัวแล้ววววว~)

 

09/10/2007
___________________________________________________________________________________________________________

 


รับกันบ่อย ๆ ไม่เบื่อกันบ้างเร้อไง หิหิหิ

สด ๆ ร้อน ๆ จากอังกฤษ ที่เพิ่งผ่านพ้นการประกาศผลรางวัล Q Awards 2007 เมื่อคืน

หลังจากเดอะแมนิคส์ได้เข้าชิงถึง 2 รางวัล จาก Q Awards 2007 ในสาขา

Best Track - Your Love Alone Is Not Enough และ
Best Album - Send Away The Tigers

และข่าวดี !!! เดอะแมนิคส์ได้รับรางวัล Best Track จากเพลง Your Love Alone Is Not Enough ... ชวดรางวัล Best Album ไปอย่างน่าเสียดาย

ลุ้น Brit Awards ต้นปีหน้า สู้ ๆ

ดูผลรางวัลเต็ม ๆ ได้ที่นี่


เ้อื้อเฟื้อภาพและข่าวคราวโดย meg

 

12/09/2007
___________________________________________________________________________________________________________

BAD HAIR DAY

NME รวบรวมสุดยอดทรงผมน่าเกลียดของศิลปินเป็นวัน Bad Hair Day มาลองดูกันบ้างว่าใครติดโผ (นิกกี้ของเราได้ติดโผซะด้วย แต่ดูไปดูมา ยังไงก็น่าเกลียดน้อยที่สุดล่ะน่า)




-----------------------------------------------------------------------------

- Kieth Flint แห่ง Prodigy น่ากลัวไม่เคยเปลี่ยนแปลง

- U2 ดู Bono สิ หล่อใส แอ๊บแบ๊วมั่ก ๆ



-----------------------------------------------------------------------------

- Amy Winehouse เด็กซ่า แ่ก่นเซี้ยว เปรี้ยวปรอทแตก ทรงผมแย่ แต่งหน้าแย่ ทำตัวแย่ ๆ โดยการเล่นยาอีก เฮ้อ ...

- Tower Of London ทรงผมก็ห่วย ตัววงยิ่งห่วยซะกว่า (NME เค้าว่างั้นนะ)


-----------------------------------------------------------------------------

- The Horror's Farris ซึ่ง NME แซวว่านี่ Stevie Wonder ตัดผมให้เปล่าเนี่ยะ (ฮ่า ๆๆ)

- Liam Gallagher สงสัยจะเลือกทรงตอนเมาน่ะ

- Nicky Wire ของเรา ว้าววว ถึงจะแย่ แต่ก็ดูดีที่สุดล่ะน๊า



-----------------------------------------------------------------------------

- Rod Stewart พอเค้าเลิกร้องเพลงเจ๋ง ๆ ก็เลิกไว้ผมทรงเจ๋ง ๆ ซะงั้น

- Eddie Van Halen ทิ้งมาดนักดนตรีสุดเก๋า เป็นคุณลุงขี้ยา

- Radiohead ถ้าไม่บอกคงนึกว่าพี่ Thom เป็นพวก J pop



-----------------------------------------------------------------------------

- Phil Spector แอฟโฟร่รีเทิร์น !

- Jon Bon Jovi ดูเผิน ๆ คล้ายโจรสลัด Johny Depp

- Jack White ถึงทรงผมจะแย่ แต่ได้หน้าตาพอช่วยไว้หน่อย

- Maximo Park ถ้าดูแค่หน้ากับทรงผม ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเล่นไลฟ์ได้มันส์สุด ๆ
introduction ׀ play of the day & update ׀ news

 

08/09/2007
___________________________________________________________________________________________________________


หน้าปกสิ้นคิดอีกแล้ว ... ~

 

์ำNew Single : Indian Summer

วางแผง (อังกฤษ) วันที่ 1 ตุลาคมนี้
pre-order แพ็กเกจสามแผ่นวันนี้ พร้อมรับโปสการ์ด 4 ใบและลายเซ็นจากแมนิคส์ (เซ็นกันมือหงิกล่ะพ่อคู๊ณ)

สั่งซื้อได้ที่ www.recordstore.co.uk

ปล. รู้สึกกันไหม ว่าแมนิคส์ช่วงหลัง ๆ จะหัวการค้ามากขึ้นเยอะเลย ToT

 

___________________________________________________________________________________________________________

LIVE @ Glastonbury

2007

youtube กลับมาแล้ว !!!

ผ่านมาเกือบจะ 1 เดือนกับ Glastonbury เทศกาลดนตรีในฝัน (เพิ่งจะเอามาให้ดู เฮอะ) ดูขำ ๆ กับ BBC 3 ที่ตัดตอนมาให้ดูกัน (ชาวแมนิคส์พิโรธ หลังจากไม่ยอมตัดเพลงฮิตมาให้ดู)

 

 

___________________________________________________________________________________________________________

 



คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

ขอบคุณ คุณปิโยรส บก. music express และทีมงาน ที่ให้พื้นที่ที่แสนยิ่งใหญ่กับเว็บเล็ก ๆ อย่าง lovemanics ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

เมื่อ lovemanics.com
ได้ลง Music Express

ตำนานหนังสือดนตรีจากยุคเราที่ยังเหลือรอดมาจนทุกวันนี้ พูดได้คำเดียวว่าช็อค ที่เห็นเว็บไซต์ของเราจะได้มาลงหราให้คนทั้งประเทศได้อ่าน บนหนังสือที่ 10 ปีก่อนเป็นแรงผลักดันให้เราเริ่มติดตามแมนิคส์

www.lovemanics.com หน้า 15 คอลัมน์ log in (ลงหน้ามันเลย) ของนิตยสาร music express ฉบับ 259 June 2007 (ราคา 70 บาท) หน้าปก Maroon5 / Flure และภายในเล่มยังมีคอลัมน์เกี่ยวกับแมนิคส์อีกด้วย

 

23/03/2006
___________________________________________________________________________________________________________

YOUR LOVE ALONE

IS NOT ENOUGH

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด
ซิงเกิ้ลแรก จากอัลบั้มล่าสุดที่กำลังจะปล่อยจากแมนิคส์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นีน่า จาก คาดิกั้นส์ มาร่วมแจม ป๊อปสุด ๆ ตอนแรกยังคิดว่าทำใจไม่ได้ ถ้าเป็นแบบอัลบั้ม Life Blood แต่ป็อปกระชากใจแบบนี้ ไม่รักไม่ได้แล้ว

ดูท่าดวลเพลงของแต่ละคนแล้ว ยังกับย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนยังเอ๊าะ ๆ กันอยู่นะเนี่ยะ

โอย พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ดีใจมาก (แบบว่าชอบคาดิกั้นอยู่เป็นทุนเดิม) ไปดูกันเล้ยยยยยยย

 

introduction ׀ play of the day & update ׀ news

05/03/2006
___________________________________________________________________________________________________________

แผ่นตัด 7 นิ้ว ใหม่เอี่่ยมอ่องจากแมนิคส์ ออกมาเพียง 1000 ก็อปปี้เท่านั้น ใครอยากได้ รีบจองด่วน ช้าหมด อด จะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ ราคา 2.49 ปอนด์ กดดูรายละเอียด + สั่งซื้อไ้ด้ที่นี่จ้า

_______________________
manic street preachers
underdogs

ONE SIDED 7” - LIMITED TO 1000 COPIES

Tracklisting:

A. Underdogs

''All out punk metal - Alice Cooper - Stooges guitar outro. Could have been on Generation Terrorist. A celebration of the unique, a post 'Everything Must Go' address to the fans 10 years after the first time we did it. In a Britain dominated by generic, one diametrical multi branding, let us embrace the difference - the downtrodden - the losers and the opposition. Let us fall in love with individuality again''

Nicky Wire, Manic Street Preachers
_______________________

พร้อมด้วยข่าวดีสุด ๆ กับซิงเกิ้ลใหม่จากแมนิคส์ !!! (โอ้ววว อัลบั้มใหม่ก็จะออกแล้วสิ !!) Your Love Alone ในรูปแบบสามแผ่นเหมียนเดิม วางแผง 30 เมษายน 2007 นี้ (ประเทศอังกฤษ)

 

24/12/2006
___________________________________________________________________________________________________________

 


รำำลึกความหลังกันเล็กน้อยกับเจมส์และเพลงรักสุดเศร้าอย่าง Last Christmas (ผ่านมาหลายปี พี่เจมส์ดูผอม ๆ แต่ไม่มีเสน่ห์ยังไงไม่รุ)

Happy Christmas !!!

 

introduction ׀ play of the day & update ׀ news

 

10/12/2006
___________________________________________________________________________________________________________

I'm Just A Patsy
(ดีใจที่พี่เจมส์กลับมาใช้ กีต้าร์เลสพอลสีขาวเหมือนเดิมแล้ว ขออย่ากลับไปคืนดีกลับ flying V เล้ย ToT)

Autumn Song

*ช่วงก่อน ๆ แฟน ๆ จะคอมเม้นกันรุนแรงมากเรื่องที่วงแบ็กอัพโผล่ออกมาเล่นด้านนอก Nick Naysmith ก็เคยโดนแฟน ๆ ด่าจนเกือบเสียผู้เสียคนมาแล้ว ประมาณว่าห้ามใครออกมานอกม่านตอนแมนิคส์แสดง แต่ในภายหลัง แฟน ๆ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันดีว่าแมนิคส์ไม่คิดจะมีสมาชิกเพิ่มและ Naysmith เองก็ไม่ได้ต้องการเป็นหนึ่งในสมาชิกแมนิคส์ด้วย)

** แมนิคส์มักจะมีเบรกกลางคอนเสิร์ต นิกกี้และฌอนออกไปพักแต่เจมส์สปิริตแรงเล่นอะคูสติกต่อ

*** Dorian Gray เป็นตัวละครเ็ด็กในนิยายเรื่อง The Picture Of Dorian Gray Oscar Wilde

ขอบคุณแฟน ๆ แมนิคส์ที่ช่วยบันทึกภาพคอนเสิร์ตและปล่อยใน youtube.com ด้วย
ขอบคุณข่าวจาก nme.com

 

Manics Played at XFM
กับสองเพลงใหม่จากอัลบั้มปี 2007 !!!

การกลับมาครั้งแรกของเหล่าแมนิคส์หลังจากที่เจมส์ และ นิกกี้ ปลีกตัวไปมีผลงานโซโล่อัลบั้มของตัวเอง โดยแมนิคส์ ร่วมแสดงสดในงาน Xfm Manchester's Winter Wonderland 2006 (8 ธันวาคม 2006) พร้อมเผยสองเพลงในอัลบั้มใหม่ของพวกเค้าที่จะคลอดปี 2007 เป็นครั้งแรก

ทั้ง 2 เพลง คือ I'm Just A Patsy และ Autumn Song จะอยู่ในอัลบั้มหน้าของเหล่าแมนิคส์ Send Away The Tigers

ตลอดการแสดงสด 45 นาที เหล่าแมนิคส์ ก็ไม่พลาดที่จะเล่นเพลงฮิตตลอดกาลของพวกเค้า Motorcycle Emptiness, You Love Us และที่จะขาดไม่ได้คือฟินาเล่ปิดท้ายการแสดงทุกครั้งอย่าง A Design For Life

"มันโครตเจ๋งเลยที่ได้กลับมาแสดงอีก" เจมส์บอกกับผู้ชม

คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ Wayne Murray ที่ออกทัวร์กับเจมส์มาช่วยเล่นกีตาร์ พร้อมกับมือคีย์บอร์ดคู่ใจอย่าง Nick Naysmith *

มีโจ๊กเล็ก ๆ คือตอนเบรกกลางคอนเสิร์ต **เจมส์ว่าสำหรับให้มือกลองอย่างฌอนได้พักผ่อนแล้วแซวฌอนว่า 2 ปีที่หายไป ฌอนกลับเด็กลงเหมือนเด็กอายุ 12 พวกเราก็เลยเรียกเค้าว่า Sean Dorian Gray*** Moore ซะเลย

Xfm Manchester's Winter Wonderland 2006 จัดขึ้นที่ Manchester Apollo โดยมี Manic Street Preachers รวมถึงวงอื่น ๆ อย่าง The Magic Numbers, The Rakes, Mumm-Ra, Little Man Tate, La's, John Power, Badly Drawn Boy, Liam Frost

Play list

'You Love Us'
'I'm Just A Patsy'
'Motorcycle Emptiness'
'Yes'
'If You Tolerate This Then Your Children Will Be Next'
'From Despair To Where'
'Autumn Song'
'Enola Alone'
'You Stole The Sun From My Heart'
'Motown Junk'
'A Design For Life'

 

 


 

14/11/2006
___________________________________________________________________________________________________________


(Sean โคดเท่ห์ น้ำหนักลดหน้าตอบเชียว วันเวลาไม่ได้ทำให้ Sean แก่ขึ้นเล้ย / Nicky กับผมสีใหม่ก็ไม่เลวร้ายนัก / เจมส์ โนคอมเม้น T-T - ไงก็แล้วแต่หวังว่าแมนิคส์ชุดใหม่จะออกมาหน้าตาประมาณนี้นะ รอ ร๊อ รอ )

Q Merit Award 2006 - Manic Street Preachers

Manic Street Preachers ไ้ด้รับเกียรติจาก นิตยสาร Q ให้ได้รับรางวัล Q Merit Award สำหรับความทุ่มเทในการทำเพลงดี ๆ มาตลอด เกือบ 20 ปี

รางวัลนี้ เหล่าแมนิคส์ได้อุทิศให้กับเพื่อนรักทั้งสอง Philip Hall และ Richey ซึ่งเจมส์กล่าวว่า ทั้งสองคนนี้ เป็นเสมือนร่องรอยที่ไม่มีวันจางหายในใจของเค้าเลยทีเดียว

แต่แฟน ๆ กลับดูไม่ค่อยชอบพอใจกับรางวัลนี้มากนัก เพราะรางวัลมันดูไม่เฉพาะเจาะจงกับสาขาใด ๆ เลย "ก็น่าดีใจอยู่หรอก ที่แมนิคส์ได้รับรางวัลอะไรซักอย่าง แต่รางวัลนี้มันห่วยชะมัด" - แฟนคนนึงกล่าว

ถึงยังไงก็ไม่เลวนักหรอก ่ยังไงพวกสื่อก็ยังไม่ลืมแมนิคส์ใช่มะล่ะ !!!


22/09/2006
___________________________________________________________________________________________________________


วางแผง 6/11/2006
Manic Street Preachers เตรียมปล่อยอัลบั้มฉลอง 10 ปี Everything Must Go

หลังจากประสบความสำเร็จจาก re-release อัลบั้มฉลอง 10 ปี The Holy Bible เมื่อปี 2004 มาปีนี้ แมนิคส์เลยปล่อยอัลบั้มประวัติศาสตร์อีกอัลบั้มให้แฟน ๆ ได้จับจอง

Everything Must Go อัลบั้มแรกที่แมนิคส์โกยรางวัล Best Album / Best Act / Best Band จากสถาบันต่าง ๆ มากมาย กลับมาอีกครั้ง กับซีดีเซ็ท 2 แผ่น และ ดีวีดีส่วนตัวแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน

Tracklisting

Disc 1:

1. Elvis Impersonator: Blackpool Pier
2. A Design For Life
3. Kevin Carter
4. Enola/Alone
5. Everything Must Go
6. Small Black Flowers That Grow In The Sky
7. The Girl Who Wanted To Be God
8. Removables
9. Australia
10. Interiors (Song For Willem De Kooning)
11. Further Away
12. No Surface All Feeling

Bonus Tracks
13. Enola/Alone/ Live *
14. Kevin Carter/ Live *
15. Interiors (Song For Willem De Kooning)/ Live *
16. Elvis Impersonator: Blackpool Pier/ Live *
17. Everything Must Go/ Live *
18. A Design For Life/ Live *
19. A Design For Life/ Stealth Sonic Orchestra Remix

Disc 2:

1. Dixie
2. No Surface All Feeling/ Demo *
3. Further Away/ Demo *
4. Small Black Flowers That Grow In The Sky/ Demo *
5. No One Knows What It's Like To Be Me/ Demo *
6. Australia - Acoustic Demo *
7. No Surface All Feeling/ Acoustic Demo *
8. Interiors/ Acoustic Demo *
9. The Girl That Wanted To Be God/ Acoustic Demo *
10. A Design For Life/ First Rehersal *
11. Kevin Carter/ First Rehersal *
12. Mr Carbobhydrate
13. Dead Trees And Traffic Islands
14. Dead Passive
15. Black Garden
16. Hanging On
17. No One Knows What It/s Like To Be Me
18. Horses Under Starlight
19. Sepia
20. First Repulic
21. Australia / Stephen Hague Production *
22. The Girl Who Wanted To Be God / Stephen Hague Production *
23. Glory, Glory *

Disc 3 - DVD:

A) The Making Of Everything Must Go *

สารคดี 45 นาที ใหม่เอี่ยมอ่อง กับการสัมภาษณ์เหล่าแมนิคส์และโปรดิวเซอร์ Miek Hedges พูดคุยเรื่องความเป็นมา การทำงานของ Everything Must Go

B) TV Performances

Small Black Flowers That Grow In The Sky/ Later With Jools
Australia/ Later With Jools
Design For Life/ Tfi
No Surface All Feeling/ Reading Performance
Everything Must Go/ Saturday Live
A Design For Life/ Brits Performance And Speech

C) Live *

Three Unreleased Performances From The Manics Legendary Nynex Show
Enola/Alone
Small Black Flowers That Grow In The Sky
The Girl Who Wanted To Be God

D) 2 Films From Patrick Jones (Nicky Wire/s Brother) *

Further Away/ New Video
Home Movie/ 15 Minute Home Movie Documentary

E) The Videos

Promotional Videos For:
A Design For Life
Everythnig Must Go
Kevin Carter
Australia

 

 

 

 

[back to top]

14/09/2006
___________________________________________________________________________________________________________


ซิงเกิ้ลใหม่ จากเจมส์ " An English Gentleman " วางแผง 25/09/2006

เพลงนี้ทริบิวต์ให้กับ Philipe Halls อดีตผู้จัดการ (เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง) และเพื่อนที่สนิทที่สุดของคนของเหล่าแมนิคส์ คนที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทำให้พวกเค้าก้าวมามีวันนี้ได้

 


___________________________________________________________________________________________________________



ฺBreak My Heart Slowly

"It’s scary to watch someone you love go into the centre of himself and confront his fears...
Fear of failure, fear of death, fear of going insane
You have to fail a little, die a little, go insane a little to come out the other side."

Break my heart slowly
Dora Maar said to me
She came to me in a dream
Reaching out for luck with fear

She said:
"Hold on, hold on, hold on to your gun"

It was cold, the night was black
You could feel her freezing hands
Exiting a life of chance
Painted dead a million times

She said:
"Hold on, hold on, hold on to your gun"

If your life has changed
If it makes no sense
You can carry on
If you still belong
If your life has changed
If it makes no sense
You can carry on
If you still belong

C’mon, c’mon, c’mon, c’mon, c’mon, c’mon, c’mon

Break my heart slowly
Break my heart slowly

So c’mon now, c’mon now
So c’mon, c’mon, c’mon
So c’mon now, c’mon now
So c’mon, c’mon, c’mon

Break My Heart Slowly ซิงเกิ้ลล่าสุดจากนิกกี้ วางแผง 25/09/2006 mv น่ารักจัง ขอบคุณ youtube.com

ดีนะได้ดนตรีช่วยไว้ไม่งั้นฟังเสียงโทนเดียวของป้านิกตลอดเพลง แย่แน่ ๆ อิอิ

03/09/2006
___________________________________________________________________________________________________________


วางแผงแล้ว
24/07/2006


ภาพพี่อ้วนโดนมัด (ไม่ใช่แหนมนะจ๊ะ) หาดูได้ใน mv เพลง That's no way to tell a lie

The Great Western โซโลอัลบั้มแรกของ James Dean Bradfield วางแผง 24/07/2006

ลิสเพลง
1. That's No Way To Tell A Lie
2. An English Gentleman
3. Bad Boys And Painkillers
4. On Saturday Morning We Will Rule The World
5. Run Romeo Run
6. Still A Long Way To Go
7. Emigre
8. To See A Friend In Tears
9. Say Hello To The Pope
10. The Wrong Beginning
11. Which Way To Kyffin

ติดตามข่าวสารของเจมส์ได้ที่
เจมส์ สเปซ
เจมส์ ออฟฟิเชียล ไซต์



___________________________________________________________________________________________________________


 
เจมส์ เปิดตัวเพลง That's No Way To Tell A Lie ใน Top Of The Pop 17/07/2006 กับวงแบ๊กอัพหน้าละอ่อน คนที่ไม่รู้จักแมนิคส์มาก่อนอาจจะงง ๆ ว่าตาลุงคนนี้ ทำไม๊ใช้วงแบ๊กอัพไม่เข้ากับตัวเอง แต่ไม่แปลกใจสำหรับสาวกแมนิคส์ หน้าตาแบบนี้ ภาพลักษณ์แบบนี้ แสดงแบบนี้ ที่แท้ก็เหล่าแมนิคส์ ณ เวทีเดียวกัน เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนนี่เอง เห็นท่าหมุนตัวเล่นกีตาร์ของพี่เจมส์แล้วเสียวแทนจริง ๆ อายุมากแล้ว แต่เปรี้ยวเหมือนเดิม
แมนิคส์ ยังคงเป็นวงมหาชนที่แตะต้องไม่ได้เหมือนเดิม (พูดเรื่องจริงไม่ได้ประชด !) นักข่าว BBC รีวิวอัลบั้มของเจมส์แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยโดนแฟน ๆ สับเละในบอร์ด อิอิ อ่านได้ที่นี่



จะวางแผง
25/09/2006


ป้านิก ไม่ทิ้งมาดเดิม

เช่นกันกับ Nicky Wire กับวงเฉพาะกิจ The Secret Society ชุด i killed the zeitgeist นิกกี้ ใจดี ปล่อยเดโมให้ฟังฟรี ๆ หลายเพลง คลิกที่นี่ เลยจ้า (ก่อนฟังเพลงนิกกี้ ทำใจนิดนึง เสียงเหมือนเป็ดกำลังจะออกลูก)

ลิสเพลง
1. I Killed The Zeitgeist
2. Break My Heart Slowly
3. Withdraw Retreat
4. Goodbye Suicide
5. The Shining Path
6. Bobby Untitled
7. You Will Always Be My Home
8. So Much For The Future
9. Stab YR Heart
10. Kimino Rock
11. Sehnsucht
12. (Nicky Wires) Last
13. Everything Fades

ติดตามข่าวสารของนิกกี้ได้
นิกกี้ สเปซ
นิกกี้ แอนด์ เดอะซีเคร็ทโซโซตี้



เห็นออกอัลบั้มเดี่ยวพร้อม ๆ กันสองคน อย่านึกว่าวงแตกนะ ยังไม่แตกจ้า เป็นแค่การแยกตัวไปทำอะไรที่อยากทำ แค่นั้นเอง (วัยรุ่นน่ะ) ว่าแต่อยากเห็นโซโลอัลบั้มของฌอนมั่งจัง !!!